Categories
แอ็คชั่น

DUNE (2021) ดูน การกลับมาของหนังไซไฟแฟนตาซี

DUNE

จัดเป็นอีกหนึ่งหนังไซไฟฟอร์มยักษ์ที่สร้างจากมหากาพย์นิยายวิทยาศาสตร์สุดคลาสสิก ของ แฟรงก์ เฮอร์เบิร์ต ที่หลาย ๆ คนเฝ้ารอมาหลายปีหลังจากเคยถูกนำมาสร้างแล้วในปี 1984 และสำหรับ DUNE (2021) ฉบับนี้ได้ผู้กำกับฝีมือดี เดอนีส วิลล์เนิฟว์ (Denis Villeneuve) ชาวแคนาดามาร่วมตีความหมายและนำเสนอเรื่องราวการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่พร้อมฉากไซไฟสุดอลังการ ที่ถือได้ว่าสมราคาคุยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวกับเทคโนโลยีภาพยนต์แบบสมัยใหม่

ชื่อเรื่อง : DUNE (2021) ดูน

ภาษา : อังกฤษ

ประเภท :  หนังไซไฟ แอคชั่น ผจญภัย

ปีที่ฉาย: 2021

นักแสดงนำ : ทิโมธี ชาลาเมต์, รีเบ็คก้า เฟอร์กูสัน, ออสการ์ ไอแซค, จอช โบรลิน, สเตลแลน สการ์สการ์ด, เดฟ บาทิสต้า, สตีเฟ่น แมคคินลีย์ เฮนเดอร์สัน, เซนเดย์อา, จาง เจิ้น, เดวิด แดสท์มัลแชน, ชารอน ดันแคน-บรูว์สเตอร์, ชาร์ลอตต์ แรมพลิง, เจสัน โมมัว, ฮาเวียร์ บาร์เด็ม

เรื่องย่อ หนังไซไฟแฟนตาซี DUNE (2021) ดูน

DUNE

DUNE เล่าเรื่องของ พอล อะเทรดีส บุตรของ เลโท อเทรดีส ผู้มีพรสวรรค์ติดตัวมาตั้งแต่เกิดพร้อมโชคชะตาอันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะเข้าใจได้ง่าย กับการเดินทางไปยังดาวเคราะห์ที่อันตรายที่สุดในจักรวาลเพื่อความอยู่รอดของผู้คนบนดาวอาร์ราคีสและอนาคตของครอบครัวของเขา หลังต้องเผชิญกับการรุกรานของกองกำลังจักรพรรดิ์พาดิชาห์อันโหดเหี้ยมเพื่อแย่งชิง สไปซ์ทรัพยากรอันล้ำค่าที่สุดแห่งดาวอาร์คาคีสและกำจัดคู่แข่งทางการเมืองอย่างพ่อของเขา เลโท อเทรดีส พร้อมเหล่าฟรีเมนผู้ครองทะเลทรายแห่งอาร์ราคีสให้หมดสิ้น พอล กลายเป็นผู้ถูกเลือกตามความเชื่อของชาวฟรีเมน มหาศึกครั้งไม่ง่ายและโหดหินยิ่งนัก พวกเขาจะผ่านพ้นมันไปได้หรือไม่

มหากาพย์นวนิยาย สู่หนังไซไฟสุดอลังการ

DUNE

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่มหากาพย์นิยายไซไฟแฟนตาซีเรื่องนี้จะโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มได้อย่างสง่างาม เพราะหลังจากที่เคยถูกนำมาทำหนังไซไฟในปี 1984 ก็เหมือนจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ทว่าสำหรับDUNE(2021) ต้องขอบอกเลยว่าดูสง่าสมน้ำสมเนื้อกับการเป็นนิยายสุดคลาสสิกกว่า 50 ปีจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวบท ตัวละคร และงานภาพไซไฟผสมแฟนตาซี ที่ดูนำเสนอมาออกมาได้อย่างยิ่งใหญ่และน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

การเล่าเรื่องและเนื้อหา

จะสังเกตุได้ว่าเนื้อหาของ DUN E(2021) ในภาคนี้นั้นจะเล่าเรื่องเพียงแค่ครึ่งแรกของนิยายเท่านั้น แต่ทว่าฝีไม้ลายมือของผู้กำกับวิลล์เนิฟว์ก็สามารถเก็บรายละเอียดมานำเสนอได้ครบองค์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองสกปรก อำนาจนายทุน ความเหลื่อมล้ำ ไปจนถึงองค์ประกอบหนังแนวไซไฟที่เชื่อมโยงเนื้อหาแบบแฟนตาซีเพ้อฝันตามเจตนารมณ์เดิมของผู้เขียน แฟรงค์ ได้อย่างไม่มีตกหล่นแถมยังสามารถตีความและนำเสนอออกมาได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย ทำให้บทหนังที่ได้นักเขียนระดับตำนานอย่าง อีริค รอธ จาก ‘Forrest Gump’ และ จอห์น สเปตส์ จาก ‘Prometheus’ ดูลงตัวและสนุกเกินคาดเลยทีเดียว

งานภาพและตัวละคร

ทีนี้มาถึงองค์ประกอบงานภาพและตัวละครกันบ้าง อันนี้ต้องขอชมเลยว่าDUNE(2021) ทำออกมาได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบฉากดวงดาวต่าง ๆ ภูมิประเทศของดาวแต่ละดวง ที่จะเห็นได้ว่าผู้กำกับลงรายละเอียดได้อย่างกลมกล่อม จนทำให้รู้สึกได้ว่ามันมีขึ้นจริง และยิ่งการสื่อสารผ่านมุมกล้องยิ่งส่งให้เรารู้สึกคล้อยตามร่วมกับบรรยากาศของหนังได้อย่างน่าสนใจ นอกจากงานภาพที่ดูสมศักดิ์ศรีสำหรับมหากาพย์นิยายเรื่องนี้แล้ว ฝั่งตัวละครของเรื่องก็ดูมีเสน่ห์เอามาก ๆ ด้วยเช่นกัน ดูมีมิติและคาแรกเตอร์เฉพาะตัวสูง แถมถ่ายทอดบทหนังออกมาได้อย่างน่าทึ่งและน่าค้นหามาก ๆ อีกด้วย

ต้องยอมใจเลยว่าเวลากว่า 2 ชั่วโมงเศษสำหรับการนั่งดูหนังไซไฟเรื่องนี้คุ้มค่ามาก ๆ กับความสนุกที่ถูกนำเสนอผ่านเรื่องราวของหนัง และมันก็เหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่ชื่นชอบหนังแนวไซไฟแฟนตาซีภาพแบบอลังการ ๆ และที่สำคัญหนังสนุก ๆ อย่างDUNE(2021) ยังมาพร้อมกับตัวละครหน้าตาดี ๆ ให้แอบปลื้มกันอีกด้วย

Categories
Netflix แอ็คชั่น

Outside The Wire สมรภูมินอกลวดหนาม 

Outside The Wire สมรภูมินอกลวดหนาม 

     ฮาร์ฟ นักบินโดรน ที่ทำผิดพลาดในการขัดคำสั่งโดยตรงของหัวหน้า เขาสั่งกดระเบิดโดยที่หัวหน้าไม่ได้สั่ง ทำให้เสียทหารไป 2 นาย ฮาร์ฟจึงถูกส่งตัวไปศูนย์ฝึกใหม่ และเขาก็ได้ไปรู้จักกับ ลีโอ เขาไม่ใช่คนแต่เป็น หุ่นยนต์ ที่มนุษย์สร้างขึ้น ลีโอมีลักษณะเหมือน มนุษย์ เขามีความคิดความอ่านเหมือนมนุษย์ทุกอย่าง ฮาร์ฟต้องมาร่วมทีมกับเขาเพื่อที่จะหยุดยั้งแผนการการระเบิด นิวเคลียร์ ของผู้ก่อการร้าย หนังแอคชัน เรื่องนี้จะพาผู้ชมไปทำความรู้จักกับ หุ่นยนต์ ให้มากขึ้น การปฏิบิติหน้าที่เสี่ยงตายแบบ ทหาร จะยากง่ายแค่ไหนเมื่อต้องทำงานร่วมกับอย่างอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ สามารถตามลุ้นได้กับภาพยนตร์เรื่อง Outside The Wire สมรภูมินอกลวดหนาม

Outside The Wire การอยู่ร่วมกันของคนกับหุ่นยนต์

     เมื่อดูตอนเปิดเรื่องของภาพยนตร์เรื่อง Outside The Wire สมรภูมินอกลวดหนาม จะเห็นว่าการร่วมงานของฮาร์ฟและลีโอนั้นเป็นไปด้วยดี เพราะทั้งคู่ก็ดูจะเป็น ทหาร ที่เข้ากันได้ดีทีเดียว แต่พอนานไปจนถึงจนถึงเกือบตอนท้าย ๆ เรื่อง นั้นที่ทั้งคู่เริ่มจะคิดเห็นไม่ตรงกันใน สนามรบ จะเห็นได้ว่าลีโอเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง หาก มนุษย์ คนไหนที่ออกคำสั่งโดยขาดการพิจารณาและคิดอย่างถี่ถ้วน เขาจะไม่ทำตามคำสั่ง หนังแอคชัน เรื่องนี้คงต้องการจะสื่อให้เราเห็นว่ามนุษย์ก็คือมนุษย์ ส่วนหุ่นยนต์ก็คือ หุ่นยนต์ อย่างไรก็ไม่สามารถที่จะร่วมทีมกันได้อย่างราบรื่น ถ้าหากในความเป็นจริงหุ่นยนต์นั้นรับฟังคำสั่งของมนุษย์เป็นอย่างดี ก็เป็นได้ที่จะร่วมงานกันได้อย่างราบรื่น แต่ในเรื่อง Outside The Wire ไม่ได้เป็นแบบนั้น ลีโอเริ่มมีความคิดกบฏ ไม่ฟังคำสั่งของฮาร์ฟ 

     ลีโอลุยเดี่ยวเข้าไปจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายที่หวังจะขโมย ระเบิดนิวเคลียร์ ลีโอจัดการฆ่าพวกนั้นจนหมด รวมไปถึงหัวหน้าขอวพวกมัน แล้วเขาก็ขโมยระเบิดนิวเคลียร์มาเสียเอง และหวังจะยิงมันขึ้นไป เป้าหมายคือเพื่อหวังว่าจะกำจัดหุ่นยนต์ทุกตัวและ มนุษย์ ทุกคนบนโลกให้สิ้นซาก 

Outside The Wire ถ้าเกิดวันหนึ่งหุ่นยนต์มันคิดเองได้ 

     ตัวละคร ลีโอ ถือเป็นตัวละครสำคัญของเรื่อง Outside The Wire สมรภูมินอกลวดหนาม ก็ว่าได้ ถึงแม้เขาจะเป็นหุ่นยนต์ แต่เขาก็เป็นตัวดำเนินเรื่องที่สำคัญ ในตอนท้ายเรื่องที่ลีโอได้นำ ระเบิดนิวเคลียร์ มา และเขาตั้งใจว่าจะยิงขึ้นเพื่อระเบิดประเทศ เขาต้องการจะประท้วงสิทธิของหุ่นยนต์เช่นตนเองให้โลกได้รู้ เขามีความรู้สึกและมีความคิด เหมือนเป็นตัวแทนของ หุ่นยนต์ ทั่วโลก ในการยิงนิวเคลียร์ครั้งนี้ เขาต้องการที่จะยุติการกำเนิดของหุ่นยนต์ที่มนุษย์จะเป็นคนสร้างขึ้น 

     ลีโอคิดว่า มนุษย์ โลกนั้นเห็นแก่ตัวที่สร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการของตนเองจนสบายเกินไป ทำเหมือนพวกมันเป็นทาสรับใช้ ซึ่งถ้าหากวันหนึ่งที่หุ่นยนต์มีความคิดมีความรู้สึกขึ้นมาจริง ๆ ก็คงเป็นเหมือนลีโอนี่แหละ แต่ในฉากสุดท้าย ฮาร์ฟก็ได้เข้ามาเจรจากับลีโอว่าไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ เพราะจะมี คนตาย เป็นจำนวนมาก แต่ลีโอก็แย้งคืนกลับไปอีกว่า ฮาร์ฟเองก็เคยฆ่าคนโดยที่ไม่คิดเหมือนกันไม่ใช่หรือ บอกอีกว่าการสูญเสียคนไปจำนวนน้อยเพื่อแลกกับการช่วยอีกหลายชีวิตมันก็น่าจะคุ้มกว่ากัน 

     แต่ฮาร์ฟก็มาสำนึกได้ในตอนหลัง เขาบอกว่ามนุษย์นั้นสามารถดีขึ้นได้ และในสุดท้ายเขาก็ได้ระเบิดถล่มฐาน นิวเคลียร์ ที่ลีโอได้นำระเบิดมา และได้ทำลายลีโอไปด้วย 

 Outside The Wire มนุษย์ควรได้รับโอกาสในการทำสิ่งที่ดีขึ้น

     ประโยคทิ้งท้ายของฮาร์ฟคงจะเป็นประเด็นสำคัญที่ว่า “พวกมนุษย์นั้นสามารถพัฒนา และทำตัวให้ดีขึ้นได้” หนังเรื่องนี้ต้องการจะสื่อว่า มนุษย์ เองก็เป็นสัตว์โลกที่มีความคิดความอ่าน ที่สามารถทำได้ทั้งความชั่วและความดี แต่หากพวกเขาได้รับโอกาส พวกเขาก็มีโอกาสที่จะทำตัวให้ดีขึ้นได้ ทั้งนี้ฮาร์ฟคิดได้ เพราะเคยเรียนรู้จากความผิดของตนเองใน สนามรบ มาก่อน ว่าชีวิตไม่สามารถแลกชีวิตได้ ทุกชีวิตล้วนมีค่าเท่ากันหมด ในตอนนั้นฮาร์ฟเลือกที่จะช่วยชีวิตคนหมู่มาก และปล่อยให้ ทหาร อีกสองนายเสียชีวิต ทัง้ที่ในความเป็นจริงอาจจะสามารถช่วยทุกคนได้หมดก็เป็นได้

 

 

 

 

เว็บบอล